หลายแบรนด์ทำวิดีโอจำนวนมาก
แต่ผลลัพธ์กลับไม่ชัดเจน ทั้งยอดขายและลูกค้าใหม่
ปัญหาไม่ใช่ “วิดีโอไม่ดี”
แต่คือ ไม่มี Video Content Strategy ที่สอดคล้องกับ Customer Journey
วิดีโอที่ได้ผล
ต้องถูกใช้ “ให้ถูกเวลา ถูกจุด และถูกเป้าหมาย”
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า
วิดีโอแบบไหนควรใช้ในแต่ละช่วงของ Customer Journey
เพื่อให้วิดีโอทำงานเป็นระบบ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง
Customer Journey คืออะไร (ในมุมการตลาด)
Customer Journey คือเส้นทางการตัดสินใจของลูกค้า
ตั้งแต่ยังไม่รู้จักแบรนด์ จนกลายเป็นลูกค้า และผู้สนับสนุนแบรนด์
โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ช่วงหลัก:
- Awareness – รู้จักแบรนด์
- Consideration – เปรียบเทียบและประเมิน
- Decision – ตัดสินใจซื้อ
- Loyalty & Advocacy – ซื้อซ้ำและบอกต่อ
1) Awareness Stage: ทำให้คน “หยุดดูและจำแบรนด์ได้”
เป้าหมาย:
สร้างการรับรู้ และดึงความสนใจในช่วงเวลาสั้นที่สุด
ลักษณะวิดีโอที่ควรใช้
- สั้น กระชับ
- ดึงดูดตั้งแต่ 3–5 วินาทีแรก
- ไม่ขายตรง
- โฟกัส Insight / Pain Point
ประเภทวิดีโอที่เหมาะ
- Short-form Video (Reels, TikTok, Shorts)
- Brand Awareness Video
- Insight-based Content
- Trend-based Content (เชิงกลยุทธ์)
ตัวชี้วัด (KPI)
- Reach
- View Rate
- Watch Time
2) Consideration Stage: สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น
เป้าหมาย:
ทำให้ลูกค้าเข้าใจคุณค่า และมองว่าแบรนด์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ลักษณะวิดีโอที่ควรใช้
- ให้ข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจ
- อธิบายแนวคิด กระบวนการ หรือจุดแข็ง
- แสดงความเชี่ยวชาญของแบรนด์
ประเภทวิดีโอที่เหมาะ
- Explainer Video
- Educational / How-to Content
- Behind the Strategy (ไม่ใช่แค่เบื้องหลังการถ่าย)
- Case Study (เชิงผลลัพธ์)
ตัวชี้วัด (KPI)
- Watch Time
- Engagement
- Click-through Rate (CTR)
3) Decision Stage: เปลี่ยนผู้ชมเป็นลูกค้า
เป้าหมาย:
ลดความลังเล และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
ลักษณะวิดีโอที่ควรใช้
- ตรงประเด็น
- ชัดเจนเรื่อง Value + Offer
- มี CTA ชัดเจน
ประเภทวิดีโอที่เหมาะ
- Testimonial / UGC
- Performance Ads Video
- Offer / Promotion Video
- Product / Service Demo (เชิงประโยชน์)
ตัวชี้วัด (KPI)
- Conversion Rate
- Cost per Conversion
- Lead / Sales
4) Loyalty & Advocacy Stage: สร้างลูกค้าซ้ำและผู้บอกต่อ
เป้าหมาย:
ทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพัน และอยากแนะนำแบรนด์ต่อ
ลักษณะวิดีโอที่ควรใช้
- สื่อสารความสัมพันธ์
- ให้คุณค่าเพิ่มเติม
- สร้าง Community
ประเภทวิดีโอที่เหมาะ
- Customer Success Story
- Exclusive Content สำหรับลูกค้า
- Brand Story / Vision Video
- Community-driven Content
ตัวชี้วัด (KPI)
- Repeat Purchase
- Customer Lifetime Value
- Brand Advocacy
ทำไม Video Content Strategy ถึงสำคัญกว่าการทำวิดีโอเยอะ ๆ
เพราะ:
- วิดีโอที่ดี แต่ใช้ผิดช่วง = ไม่เกิด Conversion
- วิดีโอที่ถูกวางใน Funnel = ทำงานแทนทีมขายได้
- Strategy ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มผลลัพธ์
Marketing Agency ที่เข้าใจ Video Content Strategy
จะไม่ถามแค่ว่า “อยากได้วิดีโอแบบไหน”
แต่จะถามว่า “วิดีโอนี้อยู่ตรงไหนของ Customer Journey”
สรุป: วิดีโอที่เวิร์ค ต้องถูกวางให้ตรง Journey
วิดีโอไม่ใช่คอนเทนต์ลอย ๆ
แต่เป็นเครื่องมือที่ต้องทำงานเป็นระบบ
ถ้าแบรนด์ของคุณ:
- ทำวิดีโอแล้วไม่เห็นผล
- ยิงแอดแต่ Conversion ต่ำ
- คนดูเยอะ แต่ขายไม่ได้
คำตอบอาจไม่ใช่ “ทำวิดีโอเพิ่ม”
แต่คือ วาง Video Content Strategy ให้ถูก Journey